PhillipCapital PhillipCapital Your Partner in Investment

poems poems

ศูนย์การเรียนรู้
เมื่อพอร์ตลงทุนติดลบ แบบไหนควรจะถือต่อ แบบไหนควรจะพอและตัดขาดทุน?


เมื่อพอร์ตลงทุนติดลบ แบบไหนควรจะถือต่อ แบบไหนควรจะพอและตัดขาดทุน?
 

สวัสดีครับเพื่อนๆ หลายท่านที่เพิ่งเริ่มลงทุนหลังจากการซื้อหุ้นหรือกองทุนเกิดขึ้น ย่อมปรากฎมีกำไรขาดทุนขึ้นตามมา เพื่อนๆ ที่เพิ่งเริ่มลงทุนใหม่อาจจะประสบปัญหาไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับการขาดทุนจากการลงทุนอย่างไรดี ผม Mr.Phillip จะมช่วยไกด์ให้มือใหม่ว่า ถ้าหากเกิดการขาดทุนขึ้น ควรจะจัดการอย่างไร แบบไหนควรจะถือต่อ แบบไหนควรจะพอและตัดขาดทุน มาเริ่มกันเลยครับ
 
ตัวอย่างที่ 1 เช่น ถ้าเกิดการขาดทุนจากการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ (FIF) สิ่งแรกที่ควรจะทำก็คือ การหาข้อมูลอัพเดทข่าวสารเรื่องการเงินและเศรษฐกิจของโลก โดยการทำแบบนี้เหมือนเราหาสาเหตุว่าทำไมกองทุนที่เราไปลงทุนนั้นปรับตัวลง ต่อมาหลังจากทราบสาเหตุ ให้พิจารณาว่าเหตุการณ์เหล่านั้น ส่งผลกระทบต่อการทำกำไรของบริษัทที่อยู่ในกองทุนหรือไม่ ถ้าหากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผลกระทบก็พิจารณาตัดขายขาดทุน แต่ถ้าหากเหตุการณ์ไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถทำกำไรก็อาจจะหาโอกาสลงทุนเพิ่มเติมเพราะราคาจะสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของบริษัทออกมา จึงควรพิจารณาและตัดสินใจจากสาเหุตการปรับตัวลง เช่น

เราลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในประเทศจีน ช่วงนี้ราคาของกองทุนจีนปรับตัวลง นักลงทุนมือใหม่ที่อาจจะเพิ่งเข้าไปลงทุนอาจจะตกใจและไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี จะตัดขาดทุนเลยดีไหม ถ้าหากไปลองดูสาเหตุของการปรับตัวลงจะเห็นได้ว่า การปรับตัวลงเกิดจากการที่รัฐบาลจีนเข้ามาดูแลเรื่องของการผูกขาดและการใช้กฏหมายต่างๆ เกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลและป้องกันการผูกขาดทางธุรกิจ ซึ่งถ้ากฎหมายดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความสามารถการทำกำไรของบริษัท ก็ควรจะตัดขาดทุนและหาโอกาสการลงทุนกองใหม่ที่ได้ประโยชน์จากกฎหมายดังกล่าว
 
ตัวอย่างที่ 2 ถ้าหากเพื่อนๆ ลงทุนในหุ้นรายตัว สิ่งที่ควรจะทำก่อนที่จะตัดสินใจว่า จะตัดขายขาดทุนหรือทนถือต่อควรจะพิจารณาจากสองส่วนด้วยกัน โดยแบ่งจากการเข้าลงทุนด้วยหลักการที่แตกต่างกัน

ส่วนแรก ถ้าเราเข้าซื้อหุ้นตัวดังกล่าวด้วยกราฟจากที่เราทำการศึกษามาแล้ว เกิดการขาดทุนเกิดขึ้นเราควรจะทำตามแผนการลงทุนที่ได้วางไว้ทุกครั้งก่อนเข้าซื้อหุ้นหนึ่งตัวด้วยกราฟ คือ จุดทำกำไร จุดตัดขาดทุน แนวรับแนวต้าน เพราะฉะนั้นถ้าหากถึงจุดตัดขาดทุนควรทำตามแผน เพราะจุดตัดขาดทุนควรจะเป็นจุดที่เรายอมรับการขาดทุนได้จากการลงทุนแต่ละครั้ง เพื่อรักษาเงินทุนไว้รอโอกาสในการเข้าซื้อครั้งถัดไป ถ้าหากไม่ยอมตัดและทนถือต่ออาจจะขาดทุนมากกว่าเดิมและเกิดความเสียหายต่อเงินทุนมากกว่าเดิมได้

ส่วนที่สอง ถ้าเข้าซื้อหุ้นด้วยพื้นฐานความสามารถทำกำไรของบริษัท หาเกิดการขาดทุนขึ้น เราควรที่จะไปตรวจสอบว่าเหตุการณ์ที่ทำให้ราคาหุ้นลดลง เกิดจากตัวบริษัทเองที่ความสามารถการทำกำไรของกิจการลดลงหรือไม่ ถ้าหากเกิดจากปัจจัยนี้เราควรจะตัดขาดทุนในหุ้นดังกล่าว แต่ถ้าหากเกิดจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลเพียงระยะสั้นต่อราคาหุ้น ก็ควรเข้าไปซื้อเพิ่มเนื่องจากจะการลงทุนด้วยปัจจัยพื้นฐานจะอยู่บนความเชื่อว่า วันหนึ่งราคาหุ้นจะสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของบริษัท

เพื่อนๆ พอจะได้แนวทางการตัดสินใจว่า จะถือต่อหรือตัดขาดทุนเท่านี้แล้วใช่มั้ยครับ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิธีการตัดสินใจเข้าซื้อของเรา และเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นหรือกองทุน ดังนั้นสิ่งที่ควรจะทำก็ คือ วิเคราะห์และปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ เพื่อรักษาเงินทุนของเราไว้ ดังนั้นการเป็นมือใหม่จึงควรจะมีผู้เขี่ยวขาญคอยให้คำปรึกษาว่า เหตุการณ์ไหนกระทบอย่างไร เพื่อที่เราจะไม่ตัดขาดทุนโดยใช้อารมณ์และความกลัว

ถ้าเป็นมือใหม่อยากมีเจ้าหน้าที่ดูแลแนะนำ และเข้าร่วมคอร์สอบรมออนไลน์ต่างๆ ที่คุยกันด้วยภาษาง่ายๆ มาเปิดบัญชีลงทุนกับทีม POEMS ได้เลยครับ
แจ้งความประสงค์ให้เราติดต่อกลับได้ที่ https://forms.gle/v93V5ANPu47PzHHR7

สนใจอ่านบทความอื่นๆ : http://www.poems.in.th/learning_detail.aspx?id=341 

#ลงทุนให้รุ่งกับMrPhillip #มือใหม่หัดลงทุน #หลักทรัพย์ฟิลลิป #PhillipCapital

ผม Mr. Phillip ขอให้เพื่อนๆ ประสบความสำเร็จในการลงทุนนะครับ